Uncategorized

การขึ้นรูปโลหะ (Metal Forming) แบ่งเป็นกี่ประเภทและมีกระบวนการอย่างไร

การขึ้นรูปโลหะ (Metal Forming) เป็นกระบวนการผลิตประเภทหนึ่งที่เปลี่ยนรูปร่างของโลหะในขณะที่อยู่ในสภาวะของแข็ง ให้กลายเป็นชิ้นงานที่มีรูปแบบตามความต้องการ โดยใช้แม่พิมพ์หรือเครื่องมือเฉพาะ (Die หรือ Forming Tool) ชิ้นงานจะถูกเปลี่ยนรูปร่างโดยไม่มีการเพิ่มหรือหายไปของเนื้อโลหะ กล่าวได้ง่ายๆว่ากระบวนการขึ้นรูปโลหะชนิดใดก็ตาม

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบมวลภายในของวัสดุ(โลหะ)นั้น ๆ การขึ้นรูปโลหะนี้ถือเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากกระบวนการขั้นต้นจำพวกการสกัด การหล่อและการบดอัดผงโลหะ และเมื่อผ่านการขึ้นรูปโลหะแล้ว จึงจะเข้าสู่กระบวนการเจียร การขัด การทาสี และการประกอบเป็นลำดับถัดไป กระบวนการขึ้นรูปโลหะถูกใช้ในการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างและส่วนประกอบที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรมเช่น รถยนต์ อากาศยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ

หากสนใจทาง PisitMetal ของเรามีบริการ ปั้มโลหะ ขึ้นรูปโหละ ด้วยนะครับ

Contents

ประเภทของการขึ้นรูปโลหะ แบ่งได้ตามลักษณะวัสดุตั้งต้นซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่

โลหะแผ่น (Sheet Metal Forming Process)

เหล็กแผ่น

1.กระบวนการตัด เฉือน (Shearing Process)

เป็นวิธีการตัดแผ่นโลหะด้วยพั้นซ์ (punch)หรือใบมีด และดาย (die) ให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการเพื่อนำไปใช้งานในกระบวนการต่อไป

2.กระบวนการพับขึ้นรูป (Bending Process)

เป็นประบวนการขึ้นรูปโลหะด้วยการพับโลหะขึ้นจากแกนเส้นตรงหนึ่งๆจนโลหะมีลักษณะโค้งงอ ซึ่งทำให้โลหะมีการแปรรูปไปอย่างถาวร

3.กระบวนการลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing Process)

กระบวนการนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแผ่นโลหะด้วยเครื่องมือสำคัญสามอย่างได้แก่ พั้นช์ (punch) ดาย (die) และแผ่นจับชิ้นงาน (Blank Holder) เป็นการทำให้แผ่นโลหะมีความลึกมากกว่าหรือเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงาน ตัวอย่างเช่นกระป๋องบรรจุน้ำอัดลม กระป๋องบรรจุอาหาร เป็นต้น

โลหะก้อน (Bulk Metal Forming Process)

เหล็กก้อน

1.กระบวนการทุบขึ้นรูป (Forging Process)

เป็นกระบวนการแปรรูปโลหะให้กลายเป็นชิ้นงานโดยการใช้แรงทุบ ตี ซึ่งกระบวนการนี้สามารถแยกได้เป็น การตีด้วยค้อน (hammering) เป็นกรรมวิธีโบราณซึ่งอาศัยแรงจากคนเป็นส่วนใหญ่ การตีกระแทก (drop forging) การตีขึ้นรูปด้วยวิธีการนี้จะใช้แบบดายที่มีลักษณะเป็นแบบดายปิด (closed – impression dies) การตีบีบ (upset forging) เป็นกรรมวิธีที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานที่มีรูปร่างเป็นบ่าหรือขอบโดยการเตรียมชิ้นงานให้มีขนาดใกล้เคียงกับแบบดายที่จะใช้ในการขึ้นรูป

2.กระบวนการอัดรีดขึ้นรูป (Extrusion Process)

ในกระบวนการนี้ชิ้นงานจะถูกบีบอัดหรือดันเข้าไปในช่องเปิดของแม่พิมพ์แบบดาย (die) และถูกผลักออกโดยใช้เครื่องอัดแบบกลไกหรือไฮดรอลิก ซึ่งลักษณะพื้นผิวหน้าตัดของชิ้นงานจะขึ้นอยู่กับดาย (die)ที่ใช้ วิธีนี้สามารถทำให้โลหะที่ขึ้นรูปมีหน้าตัดที่ซับซ้อนและสม่ำเสมอตลอดความยาว

3.กระบวนการรีดขึ้นรูป (Rolling Process)

เป็นกระบวนการลดความหนาของวัสดุ หรือเปลี่ยนขนาดพื้นที่หน้าตัดของวัสดุ โดยอาศัยแรงกด (compressive forces) ผ่านทางลูกรีด (roller) โลหะจะถูกส่งเข้าไประหว่างลูกรีดที่หมุนม้วนตลอดเวลา ทำให้เกิดการบีบอัดลงบนวัสดุ การรีดขึ้นรูปมีสองแบบคือการรีดขึ้นรูปแบบแบน(Flat Rolling) และการรีดขึ้นรูปแบบเป็นรูปทรง(Shape Rolling) ทำให้ได้วัสดุเป็นรูปต่างๆตามต้องการ เช่น I-beam หรือรูปแบบราง เป็นต้น

4.กระบวนการดึงขึ้นรูป (Wire and Bar Drawing)

กระบวนการนี้คล้ายกับการอัดขึ้นรูปยกเว้นว่าชิ้นโลหะจะถูกเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นก่อนจะถูกดึงให้เคลื่อนตัวผ่านแม่พิมพ์(die) ในแนวตัดขวาง เพื่อให้ได้ชิ้นงานตามที่ต้องการ  ชิ้นงานที่ผลิตด้วยวิธีการนี้ ได้แก่เส้นลวด (wires)  เหล็กเส้น (bars) เป็นต้น