การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะ
Uncategorized

การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะ

การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะโดยหลักๆแล้วคือกระบวนการส่งผ่านแรงจากแหล่งพลังงานที่มีความแตกต่างกันไปยังเครื่องมือที่เรียกว่าแม่พิมพ์ โดยแม่พิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปโลหะนั้นจะประกอบไปด้วยสองส่วนที่สำคัญคือแม่พิมพ์ตัวผู้ หรือที่เรียกันว่า พั้นช์ (Punch) ซึ่งแม่พิมพ์ตัวนี้จะอยู่ด้านบน ส่วนแม่พิมพ์อีกตัว จะเรียกว่าแม่พิมพ์ตัวเมีย หรือดาย (Die) เป็นแม่พิมพ์ที่เป็นตัวรองรับอยู่ด้านล่าง เมื่อมีการผลิตแรงกระทำจะส่งผลให้แม่พิมพ์ทั้งคู่เกิดการประกบกันแบบสวมในลักษณะที่พอดีกัน จนกระทั่งเกิดการปั๊มขึ้นรูปชิ้นงานโลหะตามต้องการ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หากสนใจเกี่ยวกับการ ปั๊มโลหะ อยู่ล่ะก็ ทาง Pisit metal work ของเรายินดีให้บริการนะครับ คลิกเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะโดยหลักๆ

การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะโดยหลักๆ

การทำงานของเครื่องปั๊มโลหะจะให้ผลผลิตชิ้นงานแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าแม่พิมพ์ที่นำมาใช้นั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไร โดยหลักๆจะประกอบไปด้วย 1.แม่พิมพ์สำหรับการขึ้นรูปโลหะแบบแผ่น จะใช้แม่พิมพ์ประเภท ตัด เฉือน (Blanking) พับขึ้นรูป (Bending) และแม่พิมพ์ลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing) 2.แม่พิมพ์สำหรับการขึ้นรูปโลหะแบบก้อนจะใช้แม่พิมพ์สำหรับกระบวนการตีขึ้นรูป (Forging Process) และมักจะมีการเพิ่มอุณหภูมิให้ก้อนโลหะก่อนนำไปขึ้นรูปด้วย

จำนวนขั้นตอนในการปั๊มโลหะ

จำนวนขั้นตอนในการปั๊มโลหะ

จะขึ้นอยู่กับชนิดการประกอบกันของแม่พิมพ์ที่นำมาใช้ ดังนี้ 1. แม่พิมพ์เดี่ยว ( Single Die) เป็นชุดแม่พิมพ์ที่มีหนึ่งสถานี มีรูปแบบการทำงาน 1 อย่างต่อสถานีนั้นๆ เช่น การเจาะรู การตัด เป็นต้น 2. แม่พิมพ์ผสม (Compound Die) เป็นชุดแม่พิมพ์ที่มีการทำงานมากกว่า 1 อย่างต่อหนึ่งสถานี เช่น เจาะรูและตัดขอบ, ตัดขอบและขึ้นรูป หรือเจาะรูและขึ้นรูป เป็นต้น 3. แม่พิมพ์ต่อเนื่อง (Progressive Die) เป็นชุดแม่พิมพ์ที่มีมากกว่าหนึ่งสถานี

โดยชิ้นงานจะมีการส่งผ่านไปยังแต่ละสถานีการทำงานจนครบและจะมีการตัดแยกชิ้นงานในสถานีสุดท้าย 4. แม่พิมพ์ส่งผ่าน (Transfer Die) เป็นชุดแม่พิมพ์ที่มีหลายสถานีการทำงานคล้ายกับแม่พิมพ์ต่อเนื่อง แต่การตัดแยกชิ้นงานจะทำเสร็จตั้งแต่ในสถานีการทำงานแรก

แหล่งพลังงานที่นำมาใช้เป็นต้นกำเนิดการผลิตแรงปั๊มโลหะ

แหล่งพลังงาน
  • 1.พลังงานคน มักใช้กับเครื่องปั๊มโลหะที่มีโครงสร้างง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ใช้วิธีการส่งผ่านแรงแบบเชิงเส้นไปยังก้านกระทุ้ง ตัวอย่างเช่น เครื่องปั๊มโลหะคันโยก
  • 2.พลังงานลม เป็นการใช้อากาศอัดให้เกิดแรงดันในการผลิตชิ้นงาน ส่วนประกอบหลักคือกระบอกลมและวาวล์ควบคุม
  • 3.พลังงานลมผสมพลังงานจากน้ำมัน แหล่งพลังงานนี้มีความคล้ายคลึงกับการใช้อากาศอัดแต่มีการนำระบบไฮดรอลิกจากน้ำมันเข้ามาช่วยเสริม ทำให้การเพิ่มแรงดันสูงในการปั๊มโลหะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • 4.พลังงานไฮดรอกลิก ใช้การแปลงพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ทำให้เพลาหมุนจนเกิดการขับเคลื่อนน้ำมันไฮดรอลิก
  • 5.พลังงานเซอร์โว ใช้การแปลงหลังงานไฟฟ้าผ่านแผงเซอร์โวและวงจรอิเล็กทรอนิกส์

หากคุณกำลังสงสัยว่า โลหะมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดใช้งานอย่างไร แล้วล่ะก็ ลองคลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย