Uncategorized

“โลหะ” คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไรและมีกี่ประเภท

“โลหะ (Metals)” คือองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นของแข็ง ที่มีจุดหลอมเหลวค่อนข้างสูง แข็งแรง ทนทาน มันวาว มีสีเทาเงิน เป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดี รวมถึงง่ายต่อการนำมาขึ้นรูปเพื่อใช้ทำงานในรูปแบบต่างๆ กว่าสามในสี่ขององค์ประกอบทางเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนโลกของเราล้วนแล้วแต่เป็นโลหะ ไม่ว่าจะเป็น ทองแดง อลูมิเนียม เหล็ก นิเกิล ทองคำ ดีบุก สังกะสี หรือตะกั่ว  เป็นต้น ซึ่งมนุษย์เราได้เรียนรู้ที่จะทำการสกัดสารเหล่านี้ให้กลายเป็นวัสดุตั้งต้นสำหรับการนำไปใช้งานในด้านต่างๆ มาเป็นระยะเวลาหลายพันปีแล้ว

วิธีการทำสกัดโลหะนั้นแตกต่างกันไปในโลหะแต่ละประเภทและมีหลากหลายวิธีการ แต่ส่วนใหญ่มักจะประกอบไปด้วยกระบวนการสำคัญๆ สามส่วนคือ 1. กระบวนการทางกล (เช่น การบด การกรอง หรือการใช้น้ำเพื่อล้างวัสดุที่ไม่ต้องการออกไป) 2. กระบวนการทางเคมี (การใช้กรด) หรือการให้ความร้อน (ตัวอย่างเช่นการถลุงแร่เหล็กเพื่อขจัดเอาสิ่งปนเปื้อนออก) และ 3. กระบวนการทางไฟฟ้า (เช่นการอิเล็กโทรลิซิส ซึ่งเป็นวิธีการแยกเอาสารละลายเคมีออกมาโดยการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไป)

หากสนใจทาง PisitMetal ของเรามีบริการ ปั้มโลหะ ขึ้นรูปโหละ ด้วยนะครับ

Contents

โลหะ เหล็ก

โลหะมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. ส่วนใหญ่จะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง ( ยกเว้นปรอทซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว ) ผลึกหรืออะตอมของโลหะจะเรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ มีความแข็งแรงและหนาแน่น

2. โลหะมีความอ่อนตัว ซึ่งง่ายต่อการขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ และมีความเหนียว ( ยกเว้นปรอท )

3. โลหะส่วนใหญ่จะทึบแสง ยกเว้นจะถูกทำให้บางมากๆ

4. โลหะมีการขยายตัวที่อุณหภูมิสูง

5. โลหะมีสีมันวาวและสีเทาเงิน (เพราะมักจะสะท้อนแสงในทุกช่วงความยาวคลื่นเท่ากัน) แต่โลหะบางชนิดจะมีสีเฉพาะตัว (เนื่องจากสะท้อนความยาวคลื่นแสงได้ดีกว่าโลหะอื่น ๆ ) ตัวอย่างที่เรารู้จักกันดีที่สุดอาจเป็นทอง และทองแดง

6. โลหะมีจุดเดือดและ จุดหลอมเหลวสูง

7. โลหะส่วนใหญ่นำไฟฟ้าได้ดี (กล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ) และเราจะรู้สึกเย็นทันทีเมื่อสัมผัสกับโลหะ (เพราะโลหะนำความร้อนได้ดีเช่นกันจึงนำพาพลังงานความร้อนออกไปจากร่างกายของเราอย่างรวดเร็ว)

โลหะ สแตนเลส

ประเภทของโลหะ

วิธีที่ใช้กันทั่วไปในการจำแนกโลหะคือปริมาณธาตุเหล็กในโลหะ ทำให้สามารถแบ่งโลหะออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. วัสดุโลหะประเภทเหล็ก (Ferous Metals) เป็นโลหะที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ เหล็กอัลลอย เหล็กกล้า เหล็กหล่อ และเหล็กดัด ซึ่งโลหะเหล่านี้มีค่าความต้านทานแรงดึงและมีความทนทานสูง มักใช้เป็นวัสดุหลักในอุตสาหกรรมการก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่นการก่อสร้างสะพานหรือตึกขนาดใหญ่

2. วัสดุโลหะประเภทไม่ใช่เหล็ก (Non-Ferous Metals) เป็นโลหะบริสุทธิ์ที่ไม่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ทองแดง ทองคำ เงิน สังกะสี ตะกั่ว ทองคำขาว แมกนีเซียม พลวง ดีบุก อลูมิเนียม เป็นต้น ข้อได้เปรียบหลักของโลหะประเภทนี้คือความสามารถในการอ่อนตัว นอกจากนี้ยังไม่มีส่วนผสมของเหล็กทำให้มีความต้านทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อนมากกว่าโลหะประเภทเหล็กอีกด้วย